孙燕姿(英文名:Stefanie Sun,漢語拼音:Sūn Yànzī,正式名稱:Sng Ee Tze,1978年7月23日-)新加坡华人,憑著獨特聲線及演唱技巧備受注目,2000年出道迅速走紅,为当今华人社会中知名的流行音乐歌手。
学习历程
2000年孫燕姿帶著一首《天黑黑》來到樂壇,以其獨特聲線演唱加上純純的鋼琴聲打動樂迷。被冠上音樂精靈之稱的孫燕姿,一出道的受歡迎程度就能媲美天后級歌手,當時各個頒獎禮的新人獎均為孫燕姿的囊中物。
出道
2000年,孫燕姿在台灣桃園縣中壢市SOGO百貨公司舉行簽唱會;孫燕姿在台上演唱時,台下一名男子持玩具手槍衝上台,對空鳴槍,意圖挾持孫燕姿以勒索錢財,被工作人員奪槍制伏。桃園縣警察局中壢分局中福派出所據報前來,将其逮捕。這是台灣第一宗歌手簽唱會槍擊事件。
2003年,孫燕姿在事業顛峰時期突然宣佈休息一年,令人嘩然。
2007年2月26日,孫燕姿在埃及開羅拍攝MV《逆光》,與當地導遊有金錢糾紛。最後孫燕姿和工作人員前往新加坡大使館求助。EMI/Capitol唱片於孫燕姿回到台灣後,對外公佈詳情;但由於其說詞一日數變,EMI總經理陳澤杉被質疑有「炒新聞」之嫌。
Sunday, 16 December 2007
Saturday, 13 October 2007
สโลวาเกีย (Slovakia) หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐสโลวัก (Slovak Republic) เป็นสาธารณรัฐที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลในภูมิภาคยุโรปกลาง มีอาณาเขตทางตะวันตกเฉียงเหนือติดต่อกับสาธารณรัฐเช็ก ทางเหนือติดต่อกับโปแลนด์ ทางตะวันออกติดต่อกับยูเครน ทางใต้ติดต่อกับฮังการี และทางตะวันตกเฉียงใต้ติดต่อกับออสเตรีย เมืองใหญ่ที่สุดของประเทศคือเมืองหลวงบราติสลาวา ปัจจุบันสโลวาเกียเป็นรัฐสมาชิกรัฐหนึ่งของสหภาพยุโรป
ชื่อ
ประวัติศาสตร์
ในช่วงเวลาประมาณ 450 ปีก่อนคริสต์ศักราช บริเวณดินแดนที่เป็นประเทศสโลวาเกียทุกวันนี้เป็นที่ตั้งถิ่นฐานของพวกเคลต์ซึ่งเป็นผู้สร้างออปปีดา (oppida - ชุมชนขนาดใหญ่ในช่วงปลายยุคเหล็ก มีลำน้ำล้อมรอบ) ที่บราติสลาวาและฮาฟรานอค เหรียญเงินที่มีชื่อของกษัตริย์เคลต์จารึกไว้ ที่เรียกว่า ไบอะเท็ก (Biatec) เป็นสิ่งแสดงถึงการใช้ตัวอักษรเป็นครั้งแรกในดินแดนแห่งนี้ ในปี ค.ศ. 6 (ประมาณ พ.ศ. 549) จักรวรรดิโรมันอันกว้างใหญ่ได้จัดตั้งและบำรุงแนวกองรักษาด่านรอบ ๆ แม่น้ำดานูบ ต่อมาราชอาณาจักรวานนีอุสได้ปรากฏขึ้นในสโลวาเกียตอนกลางและตะวันตก โดยการจัดตั้งของพวกอนารยชนเผ่าควอดี ซึ่งเป็นชนเผ่าเยอรมันสาขาหนึ่ง ตั้งแต่ปี ค.ศ. 20-50 (ประมาณปี พ.ศ. 563-593)
ก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 5ชาวสลาฟเข้ามาตั้งหลักแหล่งในดินแดนสโลวาเกียในคริสต์ศตวรรษที่ 5 และภาคตะวันตกของสโลวาเกียกลายเป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิกษัตริย์ซาโมในคริสต์ศตวรรษที่ 7 ต่อมารัฐสโลวักที่ชื่อ ราชรัฐนีตรา (Principality of Nitra) ก็ได้ก่อตัวขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 8 และเมื่อถึงปี ค.ศ. 828 (พ.ศ. 1371) เจ้าชายพรีบีนาสร้างโบสถ์คริสต์แห่งแรกขึ้นในสโลวาเกีย ราชรัฐนี้ได้เข้าร่วมกับแคว้นโมเรเวียเป็นบริเวณศูนย์อำนาจของจักรวรรดิเกรตโมเรเวีย (Great Moravian Empire) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 833 (พ.ศ. 1376) จุดสูงสุดของราชรัฐสโลวักแห่งนี้ได้มาถึงพร้อมกับการเข้ามาของนักบุญซีริลและนักบุญเมโทดีอุสในปี ค.ศ. 863 (พ.ศ. 1406) อยู่ในสมัยของเจ้าชายราสตีสลาฟ และอีกช่วงหนึ่งคือช่วงขยายดินแดนในสมัยพระเจ้าสเวตอพลุคที่ 1
กลุ่มรัฐสลาฟ
ภายหลังการกระจัดกระจายของจักรวรรดิเกรตโมเรเวียในตอนต้นคริสต์ศตวรรษที่ 10 ชาวแมกยาร์ (ชาวฮังการี) ก็ค่อย ๆ เข้าครอบครองดินแดนสโลวาเกียปัจจุบัน ภายในศตวรรษเดียวกัน สโลวาเกียตะวันตกเฉียงใต้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของราชรัฐฮังการี (Hungarian principality) ซึ่งมีฐานะเป็นราชอาณาจักรฮังการี (Kingdom of Hungary) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1000 (พ.ศ. 1543) พื้นที่ส่วนใหญ่ของสโลวาเกียถูกผนวกเข้ากับราชอาณาจักรแห่งนี้เมื่อถึงปี ค.ศ. 1100 (พ.ศ. 1643) และพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือเมื่อถึงปี ค.ศ. 1400 (พ.ศ. 1943)
เนื่องจากเศรษฐกิจระดับสูงและการพัฒนาทางวัฒนธรรมที่มากขึ้น สโลวาเกียจึงยังคงมีความสำคัญในรัฐใหม่แห่งนี้ เป็นเวลาเกือบสองศตวรรษที่ราชรัฐนีตรามีการปกครองตนเองภายในราชอาณาจักรฮังการี การตั้งถิ่นฐานของชาวสโลวักได้ขยายเข้าไปในตอนเหนือและตะวันออกเฉียงใต้ของฮังการีในปัจจุบัน ในขณะที่ชาวแมกยาร์ก็เริ่มตั้งหลักแหล่งทางใต้ของสโลวาเกีย การผสมผสานทางชาติพันธุ์มีความหลากหลายมากขึ้นหลังจากการเข้ามาของชาวเยอรมันคาร์เพเทียนในคริสต์ศตวรรษที่ 13 ชาววลาคในคริสต์ศตวรรษที่ 14 และชาวยิว
การสูญเสียประชากรขนานใหญ่เกิดขึ้นเมื่อพวกมองโกลจากเอเชียกลางเข้ามารุกรานในปี ค.ศ. 1241 (พ.ศ. 1784) ซึ่งก่อให้เกิดทุพภิกขภัยตามมา อย่างไรก็ตาม เมืองต่าง ๆ สโลวาเกียในยุคกลางก็พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว มีการก่อสร้างปราสาทหลายแห่ง รวมทั้งมีการพัฒนาศิลปะ ในปี ค.ศ. 1467 (พ.ศ. 2010) มัตตีอัส กอร์วีนุสได้จัดตั้งมหาวิทยาลัยแห่งแรกขึ้นในบราติสลาวา แต่สถาบันแห่งนี้ก็ดำรงอยู่ได้ไม่นาน
ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 16 หลังจากที่จักรวรรดิออตโตมันได้เริ่มขยายอาณาเขตเข้ามาในฮังการีและสามารถยึดครองเมืองสำคัญ คือ บูดา (Buda) และแซแคชแฟเฮร์วาร์ (Szekesfehérvár) ไว้ได้ ศูนย์กลางของอาณาจักรฮังการี (ภายใต้ชื่อ รอแยลฮังการี) ได้ย้ายขึ้นไปสู่สโลวาเกีย บราติสลาวา (ขณะนั้นรู้จักกันในชื่อ เพรสส์บูร์ก โพโชนย์ เพรชพอรอค หรือ โปโซนีอุม) ได้กลายเป็นเมืองหลวงของรอแยลฮังการีในปี ค.ศ. 1536 (พ.ศ. 2079) แต่สงครามออตโตมันและการจลาจลต่อต้านราชวงศ์ฮับสบูร์กที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งได้ก่อให้เกิดการทำลายล้างที่ใหญ่หลวงโดยเฉพาะในเขตชนบท ความสำคัญของสโลวาเกียภายในฮังการีลดลงเมื่อพวกเติร์กได้ล่าถอยออกไปจากอาณาจักรในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 แต่บราติสลาวายังคงสถานะเป็นเมืองหลวงของฮังการีจนกระทั่งปี ค.ศ. 1848 (พ.ศ. 2391) จึงย้ายเมืองหลวงกลับไปที่บูดาเปสต์
ระหว่างการปฏิวัติในปี 1848-1849 (พ.ศ. 2391-2392) ชาวสโลวักให้การสนับสนุนจักรพรรดิออสเตรียด้วยความหวังที่จะแยกตัวจากฮังการี แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ในยุคสมัยของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1867-1918 (พ.ศ. 2410-2461) ชาวสโลวักต้องประสบกับการกดขี่ทางวัฒนธรรมอย่างเข้มงวดจากนโยบายทำให้เป็นแมกยาร์ที่รัฐบาลฮังการีเป็นผู้ส่งเสริม
ราชอาณาจักรฮังการี
ในปี ค.ศ. 1918 (พ.ศ. 2461) สโลวาเกียได้ร่วมกับแคว้นโบฮีเมีย (Bohemia) และแคว้นโมเรเวีย (Moravia) ซึ่งเป็นดินแดนข้างเคียงเพื่อก่อตั้งประเทศเชโกสโลวาเกีย (Czechoslovakia) เป็นอิสระจากจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี โดยได้รับการรับรองจากสนธิสัญญาแซงแชร์แมงและสนธิสัญญาตรียานง ในปีถัดมา คือ ค.ศ. 1919 (พ.ศ. 2462) เป็นช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายที่ตามมาหลังการแตกแยกของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี ดินแดนสโลวาเกียได้ถูกโจมตีจากสาธารณรัฐโซเวียตฮังการี (Hungarian Soviet Republic) พื้นที่ประมาณ 1 ใน 3 ของสโลวาเกียได้ถูกยึดครองและตั้งเป็นสาธารณรัฐโซเวียตสโลวัก (Slovak Soviet Republic) อยู่ไม่ถึงหนึ่งเดือน จึงถูกกองทัพเชโกสโลวักยึดพื้นที่คืนมาได้
ในปี ค.ศ. 1939 ประธานาธิบดียอเซฟ ตีซอซึ่งนิยมเยอรมนีนาซี ได้ประกาศให้สาธารณรัฐสโลวักครั้งที่ 1 (First Slovak Republic) เป็นเอกราชจากเชโกสโลวาเกีย จึงเกิดขบวนการต่อต้านนาซีขึ้นซึ่งได้ก่อการประท้วงที่รู้จักกันในชื่อ การลุกฮือของชาวสโลวัก (Slovak National Uprising) ในปี ค.ศ. 1944 (พ.ศ. 2487) แม้ว่ากลุ่มผู้ก่อการจลาจลจะถูกปราบปรามลงได้ แต่การสู้รบแบบกองโจรก็ยังดำเนินต่อไป จนกระทั่งกองทัพโซเวียต (ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากกองทัพโรมาเนีย) เข้ามาขับไล่นาซีออกไปจากสโลวาเกียในปี ค.ศ. 1945 (พ.ศ. 2488)
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เชโกสโลวาเกียได้รับการจัดตั้งเป็นประเทศขึ้นใหม่ภายใต้อิทธิพลของสหภาพโซเวียตและกลุ่มกติกาสัญญาวอร์ซอตั้งแต่ปี ค.ศ. 1945 (พ.ศ. 2488) เป็นต้นมา ต่อมาในปี ค.ศ. 1969 (พ.ศ. 2512) ประเทศนี้ได้กลายเป็นรัฐสหพันธ์ของสาธารณรัฐสังคมนิยมเช็ก (Czech Socialist Republic) และสาธารณรัฐสังคมนิยมสโลวัก (Slovak Socialist Republic)
การปกครองระบอบคอมมิวนิสต์ในเชโกสโลวาเกียสิ้นสุดลงเมื่อถึงปี ค.ศ. 1989 (พ.ศ. 2532) ซึ่งอยู่ในช่วงการปฏิวัติเวลเวต (Velvet Revolution) อันเป็นไปอย่างสันติ ตามมาด้วยการสลายตัวของประเทศออกเป็นรัฐสืบสิทธิ์สองรัฐ นั่นคือ สโลวาเกียและสาธารณรัฐเช็กได้แยกออกจากกันหลังวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1993 (พ.ศ. 2536) เหตุการณ์นี้บางครั้งเรียกว่าการแยกทางเวลเวต (Velvet Divorce) อย่างไรก็ตาม สโลวาเกียยังคงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสาธารณรัฐเช็กเช่นเดียวกับประเทศยุโรปกลางอื่น ๆ ในกลุ่มวีเซกราด สโลวาเกียได้เข้าเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปเมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2004 (พ.ศ. 2547)
คริสต์ศตวรรษที่ 20
(รอเพิ่มเติมเนื้อหา)
การเมือง
สโลวาเกียแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 8 แคว้น (Regions - kraje) แต่ละแคว้นมีชื่อเรียกตามเมืองหลักของแคว้นนั้น โดยมีอำนาจในการปกครองตนเองมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002 (พ.ศ. 2545)
แคว้นต่าง ๆ แบ่งย่อยออกเป็น เขต (districts - okresy) ปัจจุบัน ในสโลวาเกียมี 79 เขต
แคว้นบราติสลาวา (บราติสลาวา)
แคว้นเทอร์นาวา (เทอร์นาวา)
แคว้นเทรนชีน (เทรนชีน)
แคว้นนีตรา (นีตรา)
แคว้นชีลีนา (ชีลีนา)
แคว้นบันสกาบิสตรีตซา (บันสกาบิสตรีตซา)
แคว้นเพรชอฟ (เพรชอฟ)
แคว้นคอชีตเซ (คอชีตเซ) การแบ่งเขตการปกครอง
(รอเพิ่มเติมเนื้อหา)
ภูมิศาสตร์(รอเพิ่มเติมเนื้อหา)
ประชากร
(รอเพิ่มเติมเนื้อหา)
การจัดอันดับนานาชาติ
Alfred Horn. Insight Guide: Czech & Slovak Republics.
Eugen Lazistan, Fedor Mikovic, Ivan Kucma and Anna Jureckova. Slovakia: A Photographic Odyssey.
Jim Downs. World War II: OSS Tragedy in Slovakia. *Julius Bartl and Dusan Skvarna. Slovak History: Chronology & Lexicon.
Krejčí, Oskar. Geopolitics of the Central European Region. The view from Prague and Bratislava. Bratislava: Veda, 2005. 494 p. (ดาวน์โหลดฟรี)
Lil Junas. My Slovakia: An American's View.
Mark W. A. Axworthy. Axis Slovakia: Hitler's Slavic Wedge, 1938-1945.
Michael Jacobs. Blue Guide: Czech and Slovak Republics.
Minton F. Goldman. Slovakia Since Independence : A Struggle for Democracy.
Neil Wilson, Richard Nebesky. Lonely Planet World Guide: Czech & Slovak Republics.
Olga Drobna, Eduard Drobny and Magdalena Gocnikova. Slovakia: The Heart of Europe.
Pavel Dvorak. The Early History of Slovakia in Images. Photographs by Jakub Dvorak ISBN 80-85501-34-1
Rob Humphreys. The Rough Guide: Czech and Slovak Republics.
Sharon Fisher. Political Change in Post-Communist Slovakia and Croatia: From Nationalist to Europeanist. New York: Palgrave Macmillan, 2006. ISBN 1-4039-7286-9
Stanislav Kirschbaum. A History of Slovakia : The Struggle for Survival.
The Slovak Republic: A Decade of Independence, 1993-2002.
Friday, 12 October 2007
ประวัติศาสตร์รัฐเกดะห์แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 เขต ได้แก่ บาลิง บันดาร์บาฮารู โกตาซตาร์ กัวลามูดา กูบังปาซู กูลิม ลังกาวี ปาดังตรัป เปินดัง ซิก์ และยัน
การแบ่งเขตการปกครอง
ประชากรในรัฐเกดะห์ตามกลุ่มชาติพันธุ์ในปี พ.ศ. 2546 ได้แก่ ชาวมาเลย์ (1,336,352 คน) ชาวจีน (252,987 คน) ชาวอินเดีย (122,911 คน) non citizens (35,293 คน) และอื่น ๆ (27,532 คน)
การคมนาคมขนส่ง
บาไลเบอซาร์ (Balai Besar) ถูกสร้างขึ้นในปี 1735 โดย สุลต่าน Mohamad Jiwa สุลต่านองค์ที่ 19 ของรัฐเกดะห์ ด้วยแรงบันดาลใจที่เคยไปเยี่ยมเยือนปาเลมบังในสุมาตรา มันได้ถูกบรรจงสร้างอย่างประณีตด้วยเสา หลังคาและการปูพื้นที่ทำด้วยไม้ แต่โชคไม่ดีนักที่โบราณสถานแห่งนี้ได้ถูกทำลายลงในระหว่างการโจมตีของสยามประเทศในปี 1787 และยังได้ถูกไฟเผาอย่างรุนแรงโดย Bugisin ในปี 1770 หลังจากนั้นมันก็ได้ถูกบูรณะขึ้นมาใหม่และใช้สำหรับการเข้าเฝ้า ราชาภิเษก งานแต่งงาน และราชพิธีต่าง ๆ
พิพิธภัณฑ์ใหม่ของรัฐเกดะห์นั้นได้เปิดใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 27 มีนาคม 2003 แต่ได้เปิดให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่ปี 1997 มันได้สะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์แห่งวิถีชีวิตบ้านเรือนแบบฉบับวัฒนธรรมมาเลเซียได้อย่างดีเยี่ยมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง "bumbung panjang" หรือหลังคาแบบยาว ที่ได้กลายมาเป็นรูปแบบหลักของการสร้างบ้านแบบมาเลย์ ตึกหลังนี้มีโถงจัดแสดงหลายห้อง (dewan) เช่น โถงวัฒนธรรม โถงประวัติศาสตร์ โถงด้านการขนส่ง โถงด้านการจารึก โถงอาวุธ โถงเกียรติยศ และโถงธรรมชาติ
มัสยิด Zahir เปิดใช้อย่างเป็นทางการในปี 1912 และสร้างในแบบสถาปัตยกรรม Moorish (แขกมัวร์) อย่างโดดเด่น
ภายในวัดนี้มีจารึกภาษาสันสกฤต เครื่องกระเบื้องจีน ลูกปัดอินเดีย และเครื่องแก้วจากตะวันออกกลาง
แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมล่าสุดของนักท่องเที่ยวที่มีการจัดแสดงลักษณะที่แตกต่างกันออกไปของการเก็บเกี่ยวแบบ padi ตั้งแต่อดีตมา รวมไปถึงการจัดแสดงพันธุ์ข้าวจากทั่วโลก พิพิธภัณฑ์นี้ตั้งอยู่ที่ Gunung Keriang (กูนุง เคอเรียง), ประมาณ 8 กิโลเมตรจาก อลอสตาร์ นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับกรรมวิธีดั้งเดิมของการใช้อุปกรณ์การปลูกข้าวและพัฒนาการของเทคโนโลยีการเก็บเกี่ยวต่างๆจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
เป็นสถานที่ที่นิยมสำหรับชมทิวทัศน์รอบเมืองอลอร์สตาร์ ที่ความสูง 170 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ตึกโทรคมนาคมสื่อสารที่สูงที่สุดเป็นอันดับที่ 19 ของโลกแห่งนี้ยังต้อนรับลูกค้าขาจรหรือลูกค้าบริษัทสำหรับการประชุมและสัมนาที่จะเข้ามารับประทานอาหารในภัตาคารหมุน Seri Melayu (เซอรี มลายู) แห่งนี้อีกด้วย
ซากปรักหักพังของป้อมปราการที่ยังคงอบอวลด้วยกลิ่นอายแห่งประวัติศาสตร์แห่งนี้นั้นตั้งอยู่ที่ปากแม่น้ำเกดะห์ ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยช่างก่ออิฐชาวอินเดียในตอนต้นศตวรรษที่ 17 ด้วยความช่วยเหลือจากโปรตุเกสเพื่อเป็นป้องกันศัตรูของรัฐเกดะห์ ทุกวันนี้ สถานที่แห่งนี้ยังเป็นที่รู้จักกันดีในท่ามกลางหมู่นักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นว่ามีอาหารทะเลที่รสชาติเยี่ยมอีกด้วย
สถานที่เกิดของนายกรัฐมนตรีผู้เรืองอำนาจและมีชื่อเสียงระดับโลก – Tun Dr. Mahathir Mohamad สร้างขึ้นในปี 1900 มีการจัดแสดงจากช่วงเวลาที่ท่านยังเป็นเด็กจนเข้าโรงเรียนและจนถึงเวลาที่ท่านเป็นแพทย์
Pekan Rabu หรือตลาดวันพุธสร้างขึ้นในปี 1967 มีความเชื่อกันว่าตลาด แห่งนี้นั้นเป็นศูนย์การค้าแห่งแรกที่รวมสินค้าที่จำเป็นประจำวันเอาไว้ เช่น อาหารพื้นเมืองมาเลย์, ยาพื้นบ้าน, หัตถกรรมและเสื้อผ้าภายในสถานที่แห่งนี้
ตั้งอยู่ห่างออกไปครึ่งชั่วโมงจากปีนัง ในเมืองที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งสุไหงปัตตานี คอร์สนี้มี 18 หลุม 72 พาร์ ซึ่งถูกออกแบบเพื่อนักกอล์ฟทุกระดับฝีมือ มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อยู่ด้วย เช่น ที่พัก รีสอร์ท กอล์ฟคลับ อาหารและเครื่องดื่ม คลับสุขภาพ และสนามม้า
สนามกอล์ฟ 18 หลุมที่มีเนื้อที่กว่า 190 เอเคอร์ท่ามกลางพื้นที่แบบเนิน, มีต้นไม้ขึ้นเป็นแถว, เนินเขาเล็กๆ และหนองน้ำสลับไปกับสีเขียวชะอุ่ม ของทุ่งหญ้าสุดสายตาจะมองเห็น ที่นี่เป็นสนามกอล์ฟแบบ พาร์ 72 ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อท้าทายความสามารถของทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพ ที่น่าสังเกตอีกอย่างคือ Darul Aman Golf & Country Club แห่งนี้เป็นสนามกอล์ฟแห่งที่สองในมาเลเซียที่ได้รับรางวัล ISO 9001:2000 ที่ตั้งนั้นอยู่ห่างออกไป 5 นาทีจากสี่แยกบันดาร์ ดารุ้ลอามาน บนทางหลวงสาย North-South; 10 นาทีจากสนามบิน Sultan Abdul Halim; 15 นาทีจากเมือง อลอสตาร์; และประมาณครึ่งชั่วโมงจากบูกิต กายู ฮิตัม สนามกอล์ฟแห่งนี้ยังได้เสนอบรรยากาศที่ปลดปล่อยและผ่อนคลาย และยังสามารถที่จะพักผ่อนไปท่ามกลางธรรมชาติอีกด้วย
สนามกอล์ฟแห่งแรกของโลกที่ตั้งอยู่ภายในเขตการค้าเสรี สนามแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นสนามแบบ 18 หลุม พาร์ 72 แชมเปี้ยนชิพ ที่ Bukit Kayu Hitam บรรจงสร้างจากธรรมชาติอันเขียวขจีด้วยพื้นที่สวยงาม,
รีสอร์ทกอล์ฟนานาชาติที่ให้ประสบการณ์ทั้งท้าทายและความพอใจมิรู้ลืม
กลิ่นอายแห่งการผจญภัยในแบบเสียวๆและล้มคว่ำล้มหงายใน เคด้าห์ ท่องป่าไปตามเนินเขาป่าเขตร้อนหรือตามเส้นทางที่ชอบไปดูสัตว์ป่าที่หายากและดุร้าย หรือบุกเส้นทางที่ไม่เคยมีใครผ่านไปด้วยรถขับเคลื่อนสี่ล้อ หรืออาจล่องเรือคายัคไปตามแก่งน้ำเชี่ยว และอาจขับรถมอเตอร์ครอสไปตามเส้นทางวิบากได้อีกด้วย
มรดกทางธรรมชาติพื้นที่ 105,000 ที่ยังคงบริสุทธิ์ นั้นสามารถเข้าถึงได้ทางถนนประมาณ 95 กิโลเมตรจาก อลอสตาร์ และประมาณ 140 กิโลเมตร จาก Penang อุทยานแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 109 ชนิด, นก 174 สายพันธุ์, สัตว์เลื้อยคลาน 54 ชนิด, สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ 42 พันธุ์, ปลา 33 พันธุ์ บางชนิดก็เป็นสัตว์เฉพาะถิ่นป่าฝนเท่านั้น ด้วยบริการการนำทางที่มากด้วยประสบการณ์สูง การเดินทางจึงมีการสอดแทรกการศึกษาและสิ่งที่น่าตื่นเต้นไว้ด้วย
แหล่งพบปะของรถ 4WD บนเส้นทางนี้ของผู้ที่กำลังค้นหาความท้าทายและการสำรวจอันน่าตื่นเต้นท่ามกลางที่พำนักในป่าที่ห่างไกลและอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ตั้งอยู่ภายในอุทยานการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอูลู มูดา อุทยาน Lasor แห่งนี้นั้นมีอุปสรรคมากมายที่ต้องใช้ความพยายาม, พลังงานและความเฉลียวฉลาดอย่างมากเพื่อที่จะได้มาซึ่งชัยชนะ การเดินทางจากอลอสตาร์ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. 45 นาที หรือเพียงแค่ 30 นาทีจากบาลิง มา Kampung Lubuk Pelanduk ที่ซึ่งจะมีบริการยานพาหนะแบบ 4WD ห่างออกไปเพียง 11 กิโลเมตรเท่านั้นเอง
เมื่อเทียบจากปลายทางการท่องเที่ยว 5 อันดับยอดนิยมของภูมิภาคเอเซียแปซิฟิค โดยผู้เชี่ยวชาญนานาชาติแล้วที่เซดิมแห่งนี้ก็จัดอยู่เป็นหนึ่งในรายการแหล่งท่องเที่ยวนี้ด้วย นอกเหนือจากนั้นยังมีเหตุผลอื่นๆที่จะมาที่นี้ มีผู้จัดการที่จัดการกิจกรรม white water ต่างๆตลอดเส้นทาง 15 กิโลเมตรของแม่น้ำเซดิม ในจุดนัดพบต่างๆ แก่งนี้ตั้งอยู่ประมาณ 2 ชม.จาก อลอสตาร์ หรือประมาณ 30 นาทีจาก Kulim Hi-Tech Park, นักท่องเที่ยวจะได้รับประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นและความสนุกสนานในกิจกรรมอันยิ่งใหญ่ที่นี่และรวมถึงการล่องแก่ง, ลอดอุโมงค์, คายัค, แคมปิ้งและการปีนเขาหรือจักรยานภูเขาและข้ามไปยัง Gunung Bintang (กูนุง บินตาง) ที่อยู่ใกล้ๆด้วย
เดินศึกษาธรรมชาติบนทางเดินเท้าที่ยาวที่สุดในโลกซึ่งมีความสูงที่ระดับ 950 เมตร เหนือระดับยอดไม้ป่าฝนและเต็มไปด้วยสัตว์ป่าและพรรณไม้นานาชนิดตามแม่น้ำเซดิม ที่มีทัศนียภาพอันงดงามและอุดมสมบูรณ์ ทางเดินนั้นเป็นโครงสร้างเหล็กเสริมซึ่งปลอดภัยและแข็งแรงที่มาพร้อมกับรางสำหรับการสำรวจสิ่งแวดล้อมที่ง่ายขึ้น มีศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวบริการข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างและความก้าวหน้าในโครงสร้างทั้งหมดนี้อยู่ด้วย ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของ Sedim ซึ่งประมาณ 2 ชั่วโมงจาก อลอสตาร์ และ 30 นาทีจาก Kulim Hi-Tech Park
ด้วยคุณค่าแห่งการวิจัยและการค้นพบทางประวัติศาสตร์ ทำให้รัฐเคด้าห์ เป็นรัฐที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศ ตั้งอยู่บนเส้นทางการคมนาคมหลักสายหนึ่งที่ทอดผ่านคาบสมุทรในเส้นทางการค้าที่ยิ่งใหญ่สายตะวันออก-ตะวันตก รัฐเคด้าห์ ได้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งความเจริญรุ่งเรืองสำหรับการตั้งถิ่นฐานและการค้าในอดีต
หุบเขาบูจัง เป็นอาณาจักรเก่าที่มีเวลาย้อนกลับไปถึงศตวรรษที่ 4 ตั้งอยู่เชิงเขากูนุง เจอรัย ประมาณ 35 นาทีจากอลอสตาร์ ที่นี่จัดว่าเป็นแหล่งกำเนิดอารยธรรมก่อนอิสลามของเคด้าห์ มรดกที่ยังหลงเหลือของยุคสมัยที่เรืองวัฒนธรรมของพุทธ-ฮินดู ทุกวันนี้ถูกแสดงอยู่ที่ พิพิธภัณ์โบราณสถานเลิมบะ บูจังที่ บูกิต บารู ปาฮัท. เจดีย์มากกว่า 50 เจดีย์ถูกขุดขึ้นมาและอีกมากมายถูกสร้างขึ้นหลังยุคเรืองอำนาจของอารยธรรมบูจัง
งดงามและมีเสน่ห์, ความงามแห่งธรรมชาติของหุบเขา, น้ำตกและหุบเขากว้างแห่ง เคด้าห์ แสดงรูปภาพของมิติที่นูนออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ ห้อมล้อมด้วยความเย็นเยือกอย่างสงบของความเขียวขจีที่ส่งกลิ่นอายความสดชื่นและปล่อยสารธรรมชาติซึ่งเป็นเสมือนยารักษาความเครียดได้ พรรณไม้และสัตว์ – สัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์ตามธรรมชาติ ไม่มีสิ่งใดสามารถแทนที่ความมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติได้เท่ากับธรรมชาติเอง
ที่ความสูง1,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล, ยอดเขาเคด้าห์ เนินหินปูนอันงามสง่า, ซึ่งถูกปกคลุมด้วยสีเขียวขจีที่ให้ทิวทัศน์อันตระการตาของหุบเขาเบื้องล่างที่เป็นทุ่งหญ้าสีเขียวสด ที่อุทยานนี้ คุณสามารถพบพิพิธภัณฑ์ป่าไม้ที่ซึ่งไม้นานาชนิดจากป่ากูนุง เจอรัย มีแสดงอยู่ที่นี่ และยังเป็นสถานที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเดินป่า, ดูนกและแคมปิ้ง
สามารถเขาถึงได้โดยรถ ประมาณ 45 กิโลเมตร จากกัวลา เนอรัง และประมาณ 95 กิโลเมตรจาก อลอสตาร์ แหล่งท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สันโดษแวดล้อมด้วยพรรณไม้และสัตว์ป่าหลากชนิด แม้ว่ากระท่อมทั้งหลายที่นี่จะถูกออกแบบมาอย่างระมัดระวังเพื่อให้เข้ากันได้ดีกับความเงียบสงบและสภาพแวดล้อมที่เย็นสบาย แต่ในช่วงหนึ่งของปี – เดือนกุมภาพันธ์ จะมีโอกาสได้เห็นนักล่าผึ้งเพื่อเก็บน้ำผึ้งป่าเข้ามาบ้าง กิจกรรมอื่นๆที่สามารถหาได้ที่นี่ก็คือการตกปลา, การเดินป่า, การดูนกและกิจกรรมการผจญภัยทั้งหลาย
ทางเลือกแบบธรรมชาติ, เรียบง่ายและสบายๆ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้คนนับไม่ถ้วนที่มีปัญหาเกี่ยวกับผิวหนัง หรือชายและหญิงที่ต้องการบำรุงผิวพรรณให้อ่อนเยาว์ต่างต่อแถวเพื่อเข้ามาอาบน้ำแร่ธรรมชาติแห่งนี้กัน ที่พักค้างแรมก็มีบริการไว้ที่นี่ด้วย อูลู เลอกงอยู่ห่างออกไปจากอลอสตาร์ ประมาณ 2 ช.ม. และ 30 นาที จากตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองบาลิง
อุทยานแห่งชาติทางทะเลปูเลา ปายาร์อันเก่าแก่และเลื่องชื่อระดับโลกสำหรับการดำน้ำตื้น, น้ำลึก, ว่ายน้ำหรือปิคนิค ท้องเรือเป็นกระจกไว้มองเห็นพื้นน้ำ มองเห็นปะการังและสวนปะการังอันตื่นตา, เม่นทะเล, และปลาอันตรายใต้ท้องทะเลมากมาย
ได้รับรางวัลแหล่งท่องเที่ยวโฮมเสตย์ปี 2003 เป็นเมืองเล็กๆที่ออกห่างไปในตำบล Bandar Baharu ทางตอนใต้ของ Southern เคด้าห์ ชายแดนทางตอนเหนือของ Perak และทางใต้ของ Seberang Perai ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาทีเพื่อมาถึงที่นี่จาก Penang และ 15 นาทีจาก Parit Buntar ใน Perak
Thursday, 11 October 2007
Wednesday, 10 October 2007
ไมโครซอฟท์ (หุ้นแนสแด็ก: MSFT) เป็นบริษัทซอฟต์แวร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมียอดขายประมาณ 4 แสนล้านบาท และพนักงานประมาณ 57,000 คน ใน 90 ประเทศทั่วโลก สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ เมืองเรดมอนด์ (ห่างจากเมืองซีแอตเทิล ประมาณ 22 กม.) มลรัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ไมโครซอฟท์ผลิต พัฒนาซอฟต์แวร์เป็นหลัก โดยมีผลิตภัณฑ์ที่ขายดีติดอันดับคือระบบปฏิบัติการชื่อไมโครซอฟท์ วินโดวส์ และซอฟต์แวร์สำหรับสำนักงานชื่อไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ นอกจากนั้นแล้วไมโครซอฟท์ยังได้ขยายสายผลิตภัณฑ์ไปยังตลาดอื่นๆ เช่น สถานีโทรทัศน์ MSNBC เว็บไซต์ MSN และรวมถึงสารานุกรมไมโครซอฟท์ เอ็นคาร์ตา. ไมโครซอฟท์ยังได้ทำตลาดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เช่น ไมโครซอฟท์ เมาส์ ไมโครซอฟท์ คีย์บอร์ด ไมโครซอฟท์ ฮารด์แวร์ ไมโครซอฟท์ LifeCam รวมถึงเครื่องเล่นต่างๆเช่น เครื่องเล่นวีดีโอเกม Xbox MSN TV และ Zune เป็นต้น
Tuesday, 9 October 2007
Monday, 8 October 2007
Friday, 5 October 2007
วิกิพีเดียยังไม่มีบทความที่ตรงกับชื่อนี้
เริ่มบทความ เจ้าฟ้าหญิงมากาเร็ต เคานท์
ค้นหา เจ้าฟ้าหญิงมากาเร็ต เคานท์ ในบทความอื่น ๆ
ดูบทความที่กล่าวถึง เจ้าฟ้าหญิงมากาเร็ต เคานท์
ถ้าคุณสร้างหน้านี้แล้วเมื่อไม่นานมานี้แต่มันยังไม่ปรากฏขึ้น เป็นไปได้ที่จะมีการล่าช้าในปรับปรุงฐานข้อมูล ลองล้างข้อมูลเก่าในเครื่อง หรือกรุณารอสักครู่และตรวจดูอีกครั้งก่อนที่ท่านจะลองสร้างหน้าใหม่
ถ้าคุณสร้างบทความชื่อเรื่องนี้ก่อนหน้านี้ มันอาจจะถูกลบไปแล้ว ดู ปูมการลบ และทำไมหน้าถึงโดนลบ
ถ้าต้องการถามคำถามเกี่ยวกับ เจ้าฟ้าหญิงมากาเร็ต เคานท์ ให้ลองถามที่ ปุจฉา-วิสัชนา
Thursday, 4 October 2007
Wednesday, 3 October 2007
เดือนจันทรคติ เดือน 12 คือเดือนที่ 12 ของปี อาจหมายถึงเดือนธันวาคมตามปฏิทินเกรกอเรียน หรือเดือนที่ 12 ตามปฏิทินจันทรคติ และเนื่องจากปฏิทินจันทรคติกำหนดตามดิถีจันทร์ เดือน 12 จึงไม่ตรงกันทุกปีเมื่อเทียบกับปฏิทินสุริยคติแบบเกรกอเรียน แบ่งได้เป็น
เดือน 1
เดือน 2
เดือน 3
เดือน 4
เดือน 5
เดือน 6
เดือน 7
เดือน 8
เดือน 9
เดือน 10
เดือน 11
เดือน 12
ปฏิทินจันทรคติไทยตามปฏิทินจันทรคติไทย เดือน 12 มักเริ่มในเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน มี 30 วัน คือตั้งแต่ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 12 ถึงแรม 15 ค่ำ เดือน 12 มีช่วงเวลาดังนี้
วันสำคัญในเดือนนี้คือวันลอยกระทง ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12
2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 - 1 ธันวาคม พ.ศ. 2548
22 ตุลาคม พ.ศ. 2549 - 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549
10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 - 9 ธันวาคม พ.ศ. 2550
29 ตุลาคม พ.ศ. 2551 - 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
19 ตุลาคม พ.ศ. 2552 - 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
Tuesday, 2 October 2007
วิกิพีเดียยังไม่มีบทความที่ตรงกับชื่อนี้
เริ่มบทความ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้
ค้นหา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ ในบทความอื่น ๆ
ดูบทความที่กล่าวถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้
ถ้าคุณสร้างหน้านี้แล้วเมื่อไม่นานมานี้แต่มันยังไม่ปรากฏขึ้น เป็นไปได้ที่จะมีการล่าช้าในปรับปรุงฐานข้อมูล ลองล้างข้อมูลเก่าในเครื่อง หรือกรุณารอสักครู่และตรวจดูอีกครั้งก่อนที่ท่านจะลองสร้างหน้าใหม่
ถ้าคุณสร้างบทความชื่อเรื่องนี้ก่อนหน้านี้ มันอาจจะถูกลบไปแล้ว ดู ปูมการลบ และทำไมหน้าถึงโดนลบ
ถ้าต้องการถามคำถามเกี่ยวกับ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ ให้ลองถามที่ ปุจฉา-วิสัชนา
Monday, 1 October 2007
ถนนตะนาว (อังกฤษ: Thanon Tanao) เป็นถนนในเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เริ่มต้นจากถนนบำรุงเมืองที่สี่กั๊กเสาชิงช้า ตรงไปทางทิศเหนือ เป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างแขวงศาลเจ้าพ่อเสือกับแขวงเสาชิงชิา ข้ามคลองหลอดวัดราชนัดดาเข้าสู่ท้องที่แขวงวัดบวรนิเวศ จากนั้นตัดข้ามถนนราชดำเนินกลางที่สี่แยกคอกวัวและเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างแขวงวัดบวรนิเวศกับแขวงตลาดยอด จนไปจดแยกที่ถนนบวรนิเวศน์ ถนนสิบสามห้าง และถนนตานีบรรจบกัน
ถนนตะนาวเมื่อแรกสร้างเป็นส่วนหนึ่งของถนนเฟื่องนครที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2406-2407 ชื่อถนนตะนาวคงตั้งตามชื่อย่านที่พระมหากษัตริย์โปรดเกล้าฯ ให้ชาวตะนาวศรีมาตั้งถิ่นฐาน เรียกกันว่า ถนนบ้านตะนาวศรีหรือถนนบ้านตะนาวหรือถนนตะนาว
Sunday, 30 September 2007
สภามวยโลก (World Boxing Council) (ตัวย่อ : WBC) สถาบันที่ดูแลและควบคุมการชกมวยสากลในระดับโลก สภามวยโลกก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2506 ที่กรุงเม็กซิโกซิตี้ ประเทศเม็กซิโก โดยเริ่มแรกมีชาติสมาชิก 12 ประเทศ
ปัจจุบัน สำนักงานใหญ่สภามวยโลกตั้งอยู่ที่กรุงเม็กซิโก ซิตี้ ประเทศเม็กซิโก ดำเนินงานโดย นายโฮเซ่ สุไลมาน (Jose Sulaiman) ชาวเม็กซิกัน เป็นประธานสถาบัน เป็นสถาบันมวยสากลที่ได้รับการยอมรับว่ามีมาตรฐานที่สุดในโลก มีจำนานชาติสมาชิกมากที่สุดในโลก
ในเมืองไทย เดิมสภามวยโลกอยู่ในความดูแลของ นายสหสมภพ ศรีสมวงศ์ แต่เมื่อนายสหสมภพได้เสียชีวิตในปี พ.ศ. 2543 พล.ต.อ. โกวิท ภักดีภูมิ ได้เป็นผู้ดำเนินงานต่อ โดยเป็นประธานสภามวยแห่งเอเชีย (Asia Boxing Council - ABCO)สถาบันมวยของทวีปเอเชียที่สภามวยโลกให้การยอมรับด้วย สำหรับนักมวยไทยที่เคยเป็นแชมป์โลกของสถาบันนี้มีมาแล้ว 18 คน ได้แก่ โผน กิ่งเพชร, ชาติชาย เชี่ยวน้อย, เวนิส บ.ข.ส., แสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์, เนตรน้อย ศ.วรสิงห์, พเยาว์ พูลธรัตน์, สด จิตรลดา, สามารถ พยัคฆ์อรุณ, นภา เกียรติวันชัย, เมืองชัย กิตติเกษม, สมาน ส.จาตุรงค์, ศิริมงคล สิงห์มนัสศักดิ์, ฉัตรชัย อีลิทยิม, วันดี สิงห์วังชา, วีระพล นครหลวงโปรโมชั่น, เม็ดเงิน กระทิงแดงยิม, พงษ์ศักดิ์เล็ก กระทิงแดงยิม และ โอเล่ห์ดง กระทิงแดงยิม (ปัจจุบันเป็นแชมป์เฉพาะกาลอยู่)
ในวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2545 นายโฮเซ่ สุไลมาน ประธานสภามวยโลก ได้เข้าเฝ้า ฯ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ณ พระตำหนักวังศุโขทัย เพื่อทำการทูลเกล้า ฯ ถวายเหรียญเกียรติยศ " ไลฟ์ไทม์แอคชีพเมนท์ - โกลเด้นอวอร์ด " ในฐานะที่พระองค์ให้การสนับสนุนกีฬามวยสากลมาโดยตลอด
Saturday, 29 September 2007
ส่วนของ ระบบจำแนกประเภทยาตามการรักษาทางกายวิภาคศาสตร์ (Anatomical Therapeutic Chemical Classification System)
R ระบบทางเดินหายใจ (Respiratory system)
R01A Decongestants and other nasal preparations for topical use
R01AA02 Cyclopentamine
R01AA03 Ephedrine
R01AA04 Phenylephrine
R01AA05 Oxymetazoline
R01AA06 Tetryzoline
R01AA07 Xylometazoline
R01AA08 Naphazoline
R01AA09 Tramazoline
R01AA10 Metizoline
R01AA11 Tuaminoheptane
R01AA12 Fenoxazoline
R01AA13 Tymazoline
R01AA14 Epinephrine
R01AB01 Phenylephrine
R01AB02 Naphazoline
R01AB03 Tetryzoline
R01AB05 Ephedrine
R01AB06 Xylometazoline
R01AB07 Oxymetazoline
R01AB08 Tuaminoheptane
R01AC Antiallergic agents, excluding corticosteroids
R01AD01 Beclometasone
R01AD02 Prednisolone
R01AD03 Dexamethasone
R01AD04 Flunisolide
R01AD05 Budesonide
R01AD06 Betamethasone
R01AD07 Tixocortol
R01AD08 Fluticasone
R01AD09 Mometasone
R01AD11 Triamcinolone
R01AD52 Prednisolone, combinations
R01AD53 Dexamethasone, combinations
R01AD57 Tixocortol, combinations
R01AD60 Hydrocortisone, combinations
R01AX Other nasal preparations
Friday, 28 September 2007
Thursday, 27 September 2007
ดูความหมายอื่นของ แม่ฮ่องสอน ได้ที่ แม่ฮ่องสอน (แก้ความกำกวม)
แม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดในภาคเหนือของประเทศไทย มีความโดดเด่นหลายลักษณะ โดยเฉพาะสภาพภูมิประเทศ ความหลากหลายด้านวัฒนธรรม และความหลากหลายของประชากรจากหลายกลุ่มชาติพันธุ์ นับเป็นจังหวัดที่สถิติน่าสนใจหลายอย่าง เช่น มีประชากรเบาบางที่สุดในประเทศ และมีประชากรน้อยมากเป็นอันดับ 3 ขณะที่มีพื้นที่มากเป็นอันดับ 8 ของประเทศ
แม่ฮ่องสอนได้ชื่อว่าเป็น เมืองสามหมอก เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศเต็มไปด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน สภาพอากาศมีหมอกปกคลุมตลอดเวลาส่วนใหญ่ของปี นอกจากนี้แม่ฮ่องสอนยังนับเป็นพื้นที่ปลายสุดด้านตะวันตกของประเทศ คือที่เส้นแวง 97.5 องศาตะวันออก ในเขตอำเภอแม่สะเรียง (ตะวันออกสุดของประเทศ อยู่ที่อำเภอโขงเจียม อุบลราชธานี ที่ 105.5 องศาตะวันออก)
ประชากร
พื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีอาณาเขตโดยรอบ ดังนี้
ทิศเหนือ จรด สหภาพพม่า
ทิศตะวันออก จรด จังหวัดเชียงใหม่
ทิศใต้ จรด จังหวัดตาก
ทิศตะวันตก จรด สหภาพพม่า โดยมีแม่น้ำสาละวินคั่นเป็นบางช่วง
อาณาเขตการปกครองแบ่งออกเป็น 7 อำเภอ 45 ตำบล 402 หมู่บ้าน
อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน
อำเภอขุนยวม
อำเภอปาย
อำเภอแม่สะเรียง
อำเภอแม่ลาน้อย
อำเภอสบเมย
อำเภอปางมะผ้า
Wednesday, 26 September 2007
ไคล์ คาทาร์น เป็นตัวละครสมมติในจักรวาล สตาร์ วอร์ส รับบทบาทเป็นตัวเอกในเกม Star Wars: Dark Forces และภาคต่ออีกหลายภาค อาจนับได้ว่าคาทาร์นเป็นตัวละครในจักรวาลขยายที่ได้รับความนิยมมากที่สุดตั้งแต่มารา เจด เป็นต้นมา นามสกุล "คาทาร์น" นั้นได้มาจากสัตว์กินเนื้อที่อาศัยอยู่บนดาวคาชี้ก เป็นที่ยอมรับกันว่าไคล์ คาทาร์น เป็นตัวละครนักสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดคนหนึ่งในจักรวาลขยายของ สตาร์ วอร์ส
ไคล์ คาทาร์น เป็นอดีตทหารทรูปเปอร์จักรวรรดิที่กลายมาเป็นวีรบุรุษแห่งกองกำลังกบฎและของสาธารณรัฐใหม่ ในเวลาต่อมาได้กลายเป็นอาจารย์เจได มีส่วนร่วมในปฏิบัติการต่อสู้กับยูซาน วอง และเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสภาสูงเจไดในนิกายเจไดใหม่
Tuesday, 25 September 2007
หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช (26 พฤษภาคม พ.ศ. 2448 — 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2540) เกิดที่โรงทหารในจังหวัดนครสวรรค์ เวลาใกล้รุ่ง นายกรัฐมนตรี 4 สมัย โอรสในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าคำรบ กับหม่อมแดง (บุนนาค) สมรสกับท่านผู้หญิง อุศนา ปราโมช มีบุตรชาย-หญิง ทั้งสิ้น 3 คน บุตรชายได้แก่ ม.ล.เสรี ปราโมช (ถึงแก่กรรม) ม.ล.อัศนี ปราโมช (องคมนตรีในรัชกาลปัจจุบัน) และบุตรตรี ม.ล.นียนา ปราโมช (ถึงแก่กรรม)
การศึกษาเป็นผู้พิพากษาศาลแพ่ง
ผู้ช่วยกรรมการศาลฎีกาและ
ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ตามลำดับ
ช่วงหลังของการรับราชการ ได้ย้ายไปกระทรวงการต่างประเทศ และไดัรับแต่งตั้งเป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2484 เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกเข้าสู่ประเทศไทย หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ได้ประกาศนโยบายเป็นอิสระ ไม่ขึ้นกับรัฐบาลในประเทศไทย และได้รวบรวมคนไทยในต่างประเทศ จัดตั้งขบวนการเสรีไทยขึ้นเพื่อต่อต้านญี่ปุ่นอย่างลับ ๆ โดยปฏิบัติการติดต่อกับฝ่ายสัมพันธมิตร
เป็นอาจารย์สอนวิชากฎหมายในมหาวิทยาลัยหลายแห่ง เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นต้น
รับราชการถวายและเล่นดนตรีร่วมกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำทุกวันศุกร์ ในวงลายคราม
เป็นหัวหน้าทีมทนายความในคดีเขาพระวิหารกับกัมพูชา ในศาลโลก ชีวิตการงาน
เมื่อสงครามโลกสิ้นสุดลง ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ได้เดินทางกลับมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2488 ในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง ท่านได้ปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับการเจรจากับฝ่ายสัมพันธมิตร ซึ่งครั้งแรกอังกฤษได้ยื่นข้อเรียกร้องให้ประเทศไทยเป็นเมืองในอาณัติของอังกฤษ แต่หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ได้ดำเนินการเจรจาให้ไทยได้หลุดพ้นจากการเป็นเมืองในอาณัติได้ และจำเป็นต้องประกาศพระราชบัญญัติอาชญากรสงคราม เพื่อลงโทษผู้นำหรือหัวหน้ารัฐบาล ที่ร่วมก่อให้เกิดสงครามและต้องเป็นฝ่ายปราชัย ซึ่งถ้าหากรัฐบาลไม่ตราพระราชบัญญัตินี้ ฝ่ายสัมพันธมิตรก็จะนำตัวผู้ต้องหาเป็นอาชญากรสงครามไปดำเนินคดีในต่างประเทศ
ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช หมุนเวียนดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่ 4 ครั้ง ซึ่งในครั้งสุดท้ายได้เกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ตำรวจและกองกำลังติดอาวุธเคลื่อนเข้าปิดล้อมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งมีนักศึกษาและประชาชนหลายพันคน ร่วมชุมนุมประท้วงการกลับเข้ามาของจอมพลถนอม กิตติขจร ที่ถูกประชาชนลุกฮือขับไล่ออกจากประเทศเมื่อ 3 ปีก่อน พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ ได้จัดตั้งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินเข้ายึดอำนาจจาก ม.ร.ว. เสนีย์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น
หลังจากพ้นตำแหน่งแล้ว ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ได้ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และวางมือจากการเมือง ใช้ชีวิตสงบเงียบตลอดมา และได้ถึงแก่อสัญกรรม เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 รวมอายุได้ 92 ปีเศษ
ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง
สมัยที่ 1 : คณะรัฐมนตรี คณะที่ 13 : 17 กันยายน 2488 - 31 มกราคม 2489
สมัยที่ 2 : คณะรัฐมนตรี คณะที่ 35 : 15 กุมภาพันธ์ 2518 - 13 มีนาคม 2518
สมัยที่ 3 : คณะรัฐมนตรี คณะที่ 37 : 20 เมษายน 2519 - 25 กันยายน 2519
สมัยที่ 4 : คณะรัฐมนตรี คณะที่ 38 : 25 กันยายน 2519 - 6 ตุลาคม 2519 การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ดำเนินการจัดตั้งพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกับนายควง อภัยวงศ์ ขึ้นในวันเสาร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2489 โดยชื่อ " ประชาธิปัตย์ " นั้น ท่านเป็นผู้บัญญัติขึ้น โดยมีความหมายว่า " ผู้บำเพ็ญประชาธิปไตย " โดยมีจุดมุ่งหมายคือ ต่อต้านการกระทำอันเป็นเผด็จการไม่ว่าวิธีการใด ๆ โดยมีนายควง อภัยวงศ์ เป็นหัวหน้าพรรคคนแรก ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เป็นรองหัวหน้าพรรค ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่ยุบพรรคก้าวหน้ามารวมกับพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเลขาธิการพรรค และนายชวลิต อภัยวงศ์ เป็นรองเลขาธิการพรรค
ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่สอง สืบต่อจากนายควง อภัยวงศ์ที่ถึงแก่อสัญญกรรมไปในปี พ.ศ. 2511 และได้ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคในปี พ.ศ. 2522 หลังจากการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่สี่ของท่านในปี พ.ศ. 2519
ก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์
ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์สืบต่อจากนายควง อภัยวงศ์ ที่ถึงแก่อสัญญกรรมไปในปี พ.ศ. 2511 ระหว่างการเป็นหัวหน้าพรรคนั้น ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ได้ชื่อว่าเป็นนักการเมืองที่เป็นสุภาพบุรุษ เล่นการเมืองด้วยความบริสุทธิ์ โปร่งใส มาตลอด อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของ ม.ร.ว. เสนีย์และนายควง อภัยวงศ์ มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากกับการใส่ร้าย นายปรีดี พนมยงค์ กรณีสวรรคต ร.8 ม.ร.ว. เสนีย์ มักประสบปัญหาความวุ่นวายในพรรค เนื่องจากสมาชิกพรรคมักสร้างปัญหาโดยการต่อรองขอตำแหน่งทางการเมือง และบางส่วนก็จะออกจากพรรคไปตั้งพรรคใหม่ จนเกิดความวุ่นวาย ไม่สามารถควบคุมพรรคได้ จึงได้ฉายาจากสื่อมวลชนว่า " ฤๅษีเลี้ยงลิง " หรือ " พระเจ้าตา " เพราะถูกมองว่าอ่อนแอ ไม่สามารถควบคุมบริหารพรรคและรัฐบาลได้
ระหว่างเล่นการเมือง
หลังจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 แล้ว คณะปฏิรูปการปกครองที่นำโดย พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ ต้องการจะให้ท่านดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป แต่ท่านได้ปฏิเสธ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช จึงได้วางมือจากการรับตำแหน่งทางการเมืองอย่างถาวร แต่ยังรักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ต่อไปอีกระยะ จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2522 จึงได้หัวหน้าคนใหม่ ชีวิตหลังจากนี้ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านเอกมัย ใช้เวลาไปกับการอ่านหนังสือ และรวบรวมงานประพันธ์ต่าง ๆ ที่เคยแต่งไว้ก่อนหน้านี้และแต่งเพิ่มเติม เช่น ประชุมสารนิพนธ์, แปลกวีนิพนธ์, ชีวลิขิต เป็นต้น รวมทั้งการวาดรูป ทั้งรูปสีน้ำ สีน้ำมัน รูปสเก็ตซ์ เล่นดนตรี แต่งเพลงและปลูกไม้ดอก โดยเฉพาะกุหลาบ ซึ่งล้วนเป็นงานอดิเรกที่ทำเป็นประจำ และยังคงให้สัมภาษณ์แสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์บ้านเมืองเป็นระยะ ๆ รวมทั้งยังให้คำปรึกษากับพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่เป็นปูชนียบุคคลสำคัญในพรรคด้วย ซึ่งทางพรรคได้ก่อตั้งมูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ขึ้นตามเจตนารมณ์ของท่านและทายาท และให้ชื่ออาคารที่ทำการของพรรคหลังที่สองว่า อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ด้วย
Subscribe to:
Posts (Atom)
วันเกิด
บุคคลสำคัญที่เกิดในปีนี้
